|
แผนที่ปลูกบ้าน วิศัลย์ โฆษิตานนท์ นายกเทศมนตรี
เมืองเพชรบูรณ์ กำลังชี้แผนที่ ให้กับประชาชนผู้ปลูกบ้านรุกล้ำลำคลองคู
ซึ่งประชาชนส่วนมากเข้าใจ และยินยอมรื้อถอน
"นับเป็นความเห็นแก่ตัว และดูเหมือนจะเป็นนิสัยคนไทย
ทุกยุคสมัย อย่างกรณีการปลูกบ้าน สร้างอาคารของคนเพชรบูรณ์
รุกล้ำคลองสาธารณะ อย่างมิแยแสต่อข้อครหา
หรือคำทัดทานจากหน่วยงานรับผิดชอบ"
จากการสำรวจของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์
พบประช่าชนที่อาศัยอยู่ภายในเขตเทศบาลฯ
เฉพาะอย่างยิ่งที่มีเคหะสถานบ้านเรือน ติดคูคลองสาธารณะประโยชน์
มีการรุกล้ำอย่างชัดเจน จากบ้านนั้นทำได้ บ้านนี้ก็เอาบ้าง
นอกจากนี้บรรดาขยะสิ่งหมักหมมอันไรความต้องการของมนุษย์
ถูกสะสมโยนใส่คูคลองสาธารณะประโยชน์ อันเป็นสมบัติของแผ่นดิน
จำต้องบังเกิดความตื้นเขิน และคับแคบลงอย่างไม่มีทางเลือก
หรือหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยประการทั้งปวงนี้ ปัญหาน้ำเนาเสียจึงเกิดขึ้น
พร้อมกับความซ้ำซากอีกปัญหาคือ "น้ำท่วมในเขตเทศบาลฯ"
ซึ่งเกิดขึ้นทุกฤดูน้ำหลาก นั่นเพราะดูคลองระบายน้ำ
มีสิ่งก่อสร้างและขยะสิ่งโสโครกต่าง ๆ ขวางทางน้ำ
เป็นอุปสรรคต่อการระบาย ในเขตเทศบาลฯ
จึงเลี่ยงไม่พ้นปัญหาน้ำท่วมของทุกปี
นับเป็นปัญหาหนึ่งที่อุบัติขึ้นยืดเยื้อยาวนานมาหลายปี
ส่วนอีกปัญหาที่ตามมาก็คือ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคร้ายต่าง ๆ
กระทั่งแต่สัตว์น้ำจำพวก ปู ปลา
ที่หลงเข้ามายังไม่อาจมีชีวิตทานทนได้
จากการสำรวจดังกล่าว ยังพบอีกว่าคลองสาธารณะ 2 แห่ง คือ
คลองตะลุก บ้านสะเดียง และคลองคู ไหลผ่านซอยสามัคคีชัย
ทั้งสองเป็นคลองสาธารณะประโยชน์อยู่ภายในเขตเทศบาลฯ
โดยน้ำจะไปไหลรวมกับแม่น้ำสายใหญ่อีกทีหนึ่ง
มีบ้านเรือนประชาชนปลูกรุกล้ำจำนวนทั้งสิ้น 45 หลัง แบ่งเป็น 2
ลักษณะคือ ปลูกแบบรุกทั้งหลัง และรุกล้ำบางส่วน
นอกจากนี้ที่คลองบ้านคลองศาลา ยังมีบ้านราษฎรปลูกรุกล้ำหลายหลังเช่นกัน
โดยอยู่ระหว่างการสำรวจ
ย้อนถึงอดีตนับว่าเป็นปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลฯ
แทบจะไม่มีให้เห็น นั่นเพราะคูคลองเหล่านี้ มีการระบายน้ำที่ดี
ไม่มีขยะหรือสิ่งกีดขวาง ผิดกับสภาพสังคมปัจจุบัน
ที่ประจักษ์ให้เห็นตามกระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคม
กระทั่งจิตใจผู้คนยังเหหัน แปรเปลี่ยนเป็นเห็นแก่ตัว และเห็นแก่ได้
ซึ่งนับจะทวีมากขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัดจนไม่สามารถสกัดกั้นความไม่รู้จักพอลงได้
|
กรณีดังกล่าว เมื่อเร็วๆ นี้เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์
ได้เรียกเจ้าของบ้านเรือน อาคารต่าง ๆ
ที่ปลูกรุกคลองมาประชุมและชี้แจงให้ทราบตามขึ้นตอน
ที่ห้องประชุมเทศบาลฯ เพื่อให้คนเหล่านี้เกิดความตระหนัก
และบังเกิดจิตสำนัก
ทั้งยังมีการกำชับไม่ให้ต่อเติมอาคารบ้านเรือนไปอีก
โดยทางเทศบาลฯได้บันทึกภาพนิ่ง และภาพวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ซึ่งกรณีที่มีการต่อเติม จะนำภาพถ่ายเหล่านี้มาเปรียบเทียบ
พร้อมกับเข้าทำการรื้อถอนทันที
เนื่องจากเจ้าของบ้านมีการเซ็นรับรองและยินยอมแล้วทุกคน
นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือให้ทุกคนที่มีบ้านรุกคลอง ช่วยเป็นหูเป็นตา
โดยการแนะนำไม่ให้คนอื่น ๆ กระทำเช่นเดียวกัน
"เท่าที่สำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ปลูกรุกคลอง มีถึง 45
หลัง บางคนปลูกลักษณะล้ำรุกบางส่วน บางคนปลูกรุกลงไปแบบทั้งหลัง
และยังมีสร้างอยู่บนที่สาธารณะ โดยการประชุมที่ผ่านมา
เราได้ชี้แจงให้ผู้เข้าประชุมทราบว่า เป็นเรื่องผิดกฏหมาย
การมีบ้านเรือนอยู่บนที่สาธารณะ ต่อให้อยู่นานแค่ไหน เป็นร้อยปีพันปี
ก็ไม่มีทางได้เป็นเจ้าของ หรือมีสิทธิ์ใดๆ ในการครอบคลอง
และทุกคนก็ยอมรับว่าปลูกบ้านรุกคลองจริง และพร้อมที่จะขยับขยาย
ขณะเดียวกันเราได้บันทึกภาพนิ่ง
ภาพวิดีโอและให้เจ้าของบ้านทั้งหมดลงบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร
กำชับไม่ให้มีการต่อเติม เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขปรับปรุง
ตลอดจนห้ามสร้างใหม่ใดๆทั้งสิ้น หากทุกคนทำตามที่ทางเราเสนอ
เทศบาลฯจะให้อยู่อาศัยชั่วระยะหนึ่ง จนกว่าจะหาที่ใหม่ได้
แต่หากใครผิดเงื่อนไขที่ทำสัญญาไว้ เทศบาลฯ จะเข้ารื้อทันที
โดยจะใช้หนังือยินยอมที่เซ็นไว้เข้าดำเนินการในอนาคตเราหวังว่าทั้ง
45 ราย จะต้องไม่มีการรุกล้ำเพิ่มเป็นอันขาด
เพราะไม่ใช่มีเพียงเท่านี้ คลองอื่น ๆ
ต้องไม่มีการรุกล้ำเพิ่มเป็นอันขาด เพราะไม่ใช่มีเพียงเท่านี้
คลองอื่น ๆ ในเขตเทศบาลฯ ยังมีอยู่หลายแห่ง
และทางเราจะเข้าดำเนินการอย่างนี้ต่อไป จนกว่าจะหมดในที่สุด
อยากฝากไปถึงผู้รุกล้ำ และกำลังจะรุกล้ำคลอง
ควรเลิกความคิดการครอบครองเสียเถอะ
"เพราะนี่คือสมบัติของแผ่นดิน"
ผู้ให้สัมภาษณ์นี้คือ นายวิศัลย์ โฆษิตานนท์
นายกเทศมนตรี เมืองเพชรบูรณ์ ทั้งยังได้กล่าวทิ้งท้ายถึงภายภาคหน้า
อาจจะมีการขุดคลองใหม่ ให้มีความลึก
เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปในทางที่ดี
ซึ่งจะสามารถลดปัญหาการเกิดน้ำท่วมลงได้ส่วนหนึ่ง
ครับการมีเคหะสถานอยู่บนที่สาธารณะ
เปรียบไปแล้วก็มิต่างไปจาก การเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน
มันเป็นความเห็นแก่ตัว ที่พวกเราทุกคนควรจะเลิกกันได้แล้ว
คืนเสียเถอะ! "สมบัติแผ่นดิน"
ฤทธิพงษ์
อำพัน/รายงาน ที่มา : หนังสือพิมพ์เพชรบูรณ์โพสต์
|